ธุรกิจในปัจจุบันต้องการ แชทบอท AI ที่ไม่เพียงแค่เข้าใจเจตนา แต่ยังต้องผสานกับการดำเนินงานได้อย่างไร้รอยต่อและขยายขนาดได้ง่าย
หากคุณกำลังมองหา แพลตฟอร์มสร้างแชทบอท AI คุณอาจพบ Dialogflow ES และ Botpress แล้ว
แต่ทั้งสองต่างกันอย่างไร? และที่สำคัญ แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับกลยุทธ์ AI ด้านการสนทนา ของคุณ? มาดูเปรียบเทียบระหว่าง Dialogflow ES กับ Botpress กัน
สรุปโดยย่อ: เปรียบเทียบ Dialogflow ES กับ Botpress
สรุปสั้น ๆ: Dialogflow ES เหมาะกับทีมที่ต้องการสร้างแชทบอท AI พื้นฐานอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากใช้งานในระบบของ Google อยู่แล้ว ส่วน Botpress เหมาะกับทีมที่ต้องการปรับแต่งแชทบอท AI สำหรับงานซับซ้อนมากขึ้น
Dialogflow ES คือแพลตฟอร์ม การเข้าใจภาษาธรรมชาติ (NLU) จาก Google ที่ช่วยให้นักพัฒนาสร้างอินเทอร์เฟซสนทนาสำหรับแอป เว็บไซต์ และผู้ช่วยเสียง เหมาะกับการจัดการโฟลว์บอทง่าย ๆ โดยเฉพาะทีมที่ต้องการใช้งานได้เร็วและผสานกับ Google Cloud หรือ Firebase ได้ง่าย

Botpress คือแพลตฟอร์มแชทบอท AI สำหรับสร้างเอเจนต์ AI ขั้นสูง ด้วยฟีเจอร์อย่าง retrieval-augmented generation (RAG) ที่พัฒนาเอง และหน่วยความจำแบบหลายรอบสนทนา Botpress ช่วยให้สร้าง เอเจนต์ AI ที่ไม่เพียงแค่ตอบคำถาม แต่ยังแนะนำสินค้า อบรมงานใหม่ จัดการเวิร์กโฟลว์ภายใน และอื่น ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมทั้งปรับแต่งและติดตั้งบนโครงสร้างพื้นฐานส่วนตัวได้

เปรียบเทียบฟีเจอร์ทีละข้อ
เปรียบเทียบราคา Dialogflow ES กับ Botpress
ราคา Dialogflow ES
Dialogflow ES ใช้โมเดลคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง (Pay-As-You-Go) โดยขึ้นกับปริมาณและฟีเจอร์ที่ใช้ มีแพ็กเกจฟรี (Trial Edition) สำหรับโปรเจกต์ขนาดเล็กหรือทดลองใช้งาน แต่หากใช้จริงต้องเลือก Essentials Edition โดยมีตัวอย่างค่าใช้จ่ายดังนี้:
- ข้อความ: $0.002 ต่อคำขอ
- แปลงเสียงเป็นข้อความ (STT): $0.0065 ต่อ 15 วินาทีของเสียง
- แปลงข้อความเป็นเสียง (TTS): $4-16 ต่ออักษรหนึ่งล้านตัว
- เกตเวย์โทรศัพท์: $0.05-$0.06 ต่อนาที
- วิเคราะห์อารมณ์: $0.25-$1.00 ต่อ 1,000 คำขอ
โครงสร้างราคานี้เหมาะกับการใช้งานขนาดเล็ก แต่ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นเมื่อใช้งานมากขึ้น โดยรวม Dialogflow ES เหมาะกับทีมที่จัดการค่าใช้จ่ายตามการใช้งานได้
ราคา Botpress
Botpress มีแผนใช้ฟรีที่รวมเครดิต AI รายเดือน $5 เครดิตนี้ใช้เป็นงบประมาณสำหรับฟีเจอร์อัจฉริยะ เช่น การค้นหาความรู้และการเขียนข้อความใหม่ในบอทของคุณ
Botpress ยังมีตัวเลือกจ่ายตามการใช้งานจริง ให้ทีมจ่ายเฉพาะส่วนที่ใช้ AI จริง จึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจ
สำหรับแผนชำระเงิน Botpress มีระดับราคาที่เข้าใจง่าย:
สรุปสั้น ๆ: Dialogflow ES เหมาะกับทีมที่ต้องการควบคุมรายละเอียดใน Google Cloud ส่วน Botpress เหมาะกับทีมที่ต้องการ AI ด้านการสนทนาที่ขยายขนาดได้ พร้อมราคาคงที่และควบคุมการใช้ AI ได้เต็มที่
ความสามารถในการเชื่อมต่อ
สรุปสั้น ๆ: Dialogflow ES มีอินทิเกรต 12 แบบที่เน้นบริการ Google และแพลตฟอร์มแชทบางส่วน ส่วน Botpress รองรับมากกว่า 190 อินทิเกรตข้ามแพลตฟอร์ม และสร้างการเชื่อมต่อแบบกำหนดเองได้ง่าย
Dialogflow ES มีอินทิเกรตในตัว 12 แบบ ส่วนใหญ่เน้นช่องทางแชทและเครื่องมือในระบบ Google นอกจากนี้ยังรองรับ webhook ให้นักพัฒนาต่อกับ API หรือบริการภายนอกสำหรับกรณีใช้งานขั้นสูง แต่หากต้องการเชื่อมต่อกับบริการนอกเหนือจาก Google Cloud มักต้องใช้ middleware หรือโค้ดเพิ่มเติม ผู้ใช้ Dialogflow ยังสามารถขยายการเชื่อมต่อผ่านแพลตฟอร์มอัตโนมัติอย่าง Make หรือ Zapier ได้ แต่จะเพิ่มความซับซ้อน
Botpress มีอินทิเกรตสำเร็จรูปมากกว่า 190 แบบ ครอบคลุมเครื่องมือหลากหลาย เช่น CRM, ระบบช่วยเหลือ, อีคอมเมิร์ซ, ฐานข้อมูล และช่องทางสื่อสาร รวมถึงอินทิเกรตโดยตรงกับแพลตฟอร์มอย่าง Salesforce, HubSpot, Zendesk, Shopify และอื่น ๆ ช่วยให้ใช้งานได้หลากหลาย เช่น ซิงค์ข้อมูลลูกค้า อัปเดตข้อมูล ทริกเกอร์เวิร์กโฟลว์ หรือทำระบบทิกเก็ตอัตโนมัติ นักพัฒนายังสามารถสร้างอินทิเกรตเองได้ง่ายผ่านการเรียก API ในตัวของ Botpress ทำให้เชื่อมต่อกับระบบภายในหรือบริการภายนอกได้โดยไม่ต้องพึ่ง middleware ภายนอก
ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย
ทั้ง Dialogflow ES และ Botpress มีระบบความปลอดภัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แต่แหล่งที่มาและขอบเขตของฟีเจอร์จะแตกต่างกัน
Dialogflow ES ได้ประโยชน์จากการทำงานบน Google Cloud Platform (GCP) จึงได้รับฟีเจอร์ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นสูง เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การบันทึกการใช้งาน และการควบคุมสิทธิ์ตามบทบาท อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์เหล่านี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Dialogflow ES โดยตรง แต่ต้องตั้งค่าผ่าน GCP
Botpress ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับองค์กรขนาดใหญ่และกรณีใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงเวิร์กโฟลว์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญหรือข้อมูลที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด จึงมีฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูงและตัวเลือกการปฏิบัติตามมาตรฐานที่หลากหลายกว่า
เปรียบเทียบฟีเจอร์ความปลอดภัยของ Dialogflow ES และ Botpress:
ความสามารถด้านความรู้
สรุปสั้น ๆ: Dialogflow ES รองรับฐานความรู้แบบจำกัดผ่านฟีเจอร์เบต้า เหมาะกับเนื้อหา FAQ แบบคงที่ ส่วน Botpress มีความยืดหยุ่น เชื่อมต่อข้อมูลหลากหลายประเภท API และใช้เทคนิคค้นหาข้อมูลขั้นสูง
Dialogflow ES มีฟีเจอร์ Knowledge Connectors (เบต้า) ที่ให้แชทบอทตอบคำถามโดยค้นหาจากเอกสารที่อัปโหลด เช่น HTML, CSV หรือ TXT ซึ่งช่วยให้สามารถสนับสนุนกรณีใช้งานพื้นฐานโดยไม่ต้องสร้าง intent tree เต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ระบบขาดการควบคุมรายละเอียด ความเข้าใจบริบท หรือการจัดอันดับคำตอบที่แม่นยำ ระบบไม่รองรับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างนอกจากบทความง่าย ๆ และไม่สามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลสดหรือข้อมูลที่มีโครงสร้าง เช่น API หรือฐานข้อมูล โดยไม่ใช้ middleware และ webhook ภายนอก
Botpress รองรับการเข้าถึงความรู้ขั้นสูง นอกจากนำเข้าข้อมูลคงที่ เช่น FAQ หรือเอกสารแล้ว Botpress ยังให้บอทเชื่อมต่อ API สอบถามฐานข้อมูล หรือแปลงข้อมูลที่มีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง เช่น JSON, CSV, PDF หรือข้อมูลที่ดึงมาจากเว็บได้เอง ด้วย retrieval-augmented generation ที่พัฒนาเอง บอทจะดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่สุดในขณะใช้งาน และสร้างคำตอบที่เหมาะสมกับบริบท ช่วยให้ทีมสร้างบอทที่ตอบสนองได้หลากหลายและปรับตามคำถามหรือสถานการณ์ของผู้ใช้
ความซับซ้อนของบอท
สรุปสั้น ๆ: Dialogflow ES เหมาะกับบอทที่มีโฟลว์ง่ายถึงปานกลางแบบเส้นตรง ส่วน Botpress เหมาะกับบทสนทนาหลายรอบและระบบอัตโนมัติที่ซับซ้อน
Dialogflow ES เหมาะกับบอทขนาดเล็กถึงกลางที่มีโฟลว์ง่ายหรือซับซ้อนปานกลาง ใช้โครงสร้าง intent แบบแบน โดยแต่ละอินพุตของผู้ใช้จะจับคู่กับ intent และใช้ context เพื่อจัดการหน่วยความจำและการแตกแขนงบทสนทนาแบบจำกัด
แม้จะเริ่มต้นใช้งานง่าย แต่การดูแลโฟลว์ที่ซับซ้อน เช่น intent ที่ใช้ร่วมกัน เงื่อนไข หรือบทสนทนายาวหลายรอบ จะยุ่งยาก ฟีเจอร์อย่างการกรอกฟอร์ม การเปลี่ยนสถานะ และคอมโพเนนต์ที่ใช้ซ้ำได้มีจำกัดหรืออาจต้องใช้วิธีแก้ไข นักพัฒนามักเจอปัญหาเมื่อขยายบอทโดยไม่ต้องซ้ำตรรกะหรือใช้ระบบจัดการภายนอก

Botpress ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการปรับแต่งที่หลากหลาย เช่น บทสนทนาแบบหลายรอบ เงื่อนไข และเวิร์กโฟลว์ที่กำหนดเอง ใช้เอนจินสนทนาแบบกราฟที่รองรับโฟลว์ซ้ำซ้อน บทสนทนาแบบซ้อน และควบคุมการเปลี่ยนสถานะได้ละเอียด Botpress ยังรองรับหน่วยความจำข้ามเซสชันและเปลี่ยนบริบทระหว่างสนทนา เหมาะกับทีมที่ต้องการสร้างเอเจนต์ที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้แบบเรียลไทม์

การปรับแต่งและความยืดหยุ่น
สรุปสั้น ๆ: ในด้านการปรับแต่ง Botpress ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ยืดหยุ่นที่สุดในตลาด ให้ทีมสามารถควบคุมการทำงานของแชทบอทและการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้อย่างเต็มที่ ส่วน Dialogflow ES แม้จะยืดหยุ่นในฝั่ง backend แต่มีข้อจำกัดในการปรับแต่งขั้นสูง
Dialogflow ES อนุญาตให้นักพัฒนาสามารถเพิ่มตรรกะเฉพาะผ่าน webhook ซึ่งสามารถโฮสต์บนบริการอย่าง Google Cloud Functions หรือ Firebase ได้ Webhook เหล่านี้ช่วยให้บอทเชื่อมต่อกับระบบภายนอกและส่งคืนคำตอบ อย่างไรก็ตาม ตรรกะที่ซับซ้อนทั้งหมดต้องจัดการนอกแพลตฟอร์ม ไม่มีวิธีเขียนหรือรันโค้ดโดยตรงใน Dialogflow ได้โดยตรง การออกแบบบทสนทนาก็มีข้อจำกัดมากกว่า มีเครื่องมือสำหรับจัดการ flow ที่ซับซ้อนหรือการนำตรรกะกลับมาใช้ซ้ำน้อยกว่า และการปรับแต่งหน้าตาหรือพฤติกรรมของบอทใน Dialogflow Messenger widget ก็ทำได้น้อยมาก
ในทางกลับกัน Botpress ให้ทีมสามารถควบคุมการทำงานของบอทได้อย่างเต็มที่ นักพัฒนาสามารถเขียนโค้ด JavaScript หรือ TypeScript ได้โดยตรงในแพลตฟอร์ม เชื่อมต่อกับ API และสร้าง workflow ขั้นสูง Botpress รองรับคอมโพเนนต์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ตรรกะแบบเรียลไทม์ และการจัดการหน่วยความจำที่ยืดหยุ่น ทำให้สร้างบอทอัจฉริยะได้ง่ายขึ้น ทีมยังสามารถปรับแต่งหน้าตาและพฤติกรรมของบอททั้งฝั่ง frontend และ backend ให้ตรงกับความต้องการได้เต็มที่
หน่วยความจำ
สรุปสั้น ๆ: Dialogflow ES ไม่มีระบบจดจำข้อมูลในแต่ละเซสชันในตัว ขณะที่ Botpress มีระบบจดจำข้อมูลในตัว ช่วยให้แชทบอทจดจำผู้ใช้และบริบทได้ต่อเนื่อง
Dialogflow ES สามารถจดจำข้อมูลระหว่างการสนทนาเดียวได้ แต่เมื่อจบบทสนทนา ข้อมูลเหล่านั้นจะหายไป หากทีมต้องการให้บอทจดจำรายละเอียดผู้ใช้ระหว่างแต่ละแชท ต้องเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลหรือระบบภายนอกผ่าน webhook
Botpress มีหน่วยความจำในตัวที่ทำงานข้ามเซสชันได้ บอทสามารถติดตามประวัติการสนทนาและปรับแต่งคำตอบตามข้อมูลที่รู้ได้ นักพัฒนาสามารถกำหนดได้ว่าจะเก็บข้อมูลอะไรไว้นานแค่ไหน และนำไปใช้อย่างไร
ชุมชนและการสนับสนุน
สรุปสั้น ๆ: ทั้ง Dialogflow ES และ Botpress มีแหล่งเรียนรู้และเอกสารประกอบ Dialogflow ใช้ระบบสนับสนุนของ Google เป็นหลัก ส่วน Botpress มีชุมชนนักพัฒนาที่มีส่วนร่วมสูงและการสนับสนุนแบบลงมือช่วยเหลือในทุกระดับ
ในเบื้องต้น Dialogflow ES และ Botpress ต่างก็มีเครื่องมือการเรียนรู้ที่เป็นระบบ เช่น เอกสารประกอบ บทเรียน และคู่มือผลิตภัณฑ์
Dialogflow ES ใช้รูปแบบการสนับสนุนมาตรฐานของ Google นักพัฒนาสามารถเข้าถึงเนื้อหาการเรียนรู้ผ่าน Google Cloud Skills Boost, Codelabs และวิดีโอ YouTube เอกสารทางการของ Dialogflow มีรายละเอียดและค้นหาได้ง่าย แต่การสนับสนุนแบบสดมีจำกัด เว้นแต่จะสมัครแผน Google Cloud Support แบบชำระเงิน ผู้ใช้ยังสามารถขอความช่วยเหลือผ่านฟอรั่มชุมชนอย่าง Stack Overflow และ Google Cloud Community แต่ฟอรั่มเหล่านี้ไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ดูแลอย่างต่อเนื่อง
ในทางตรงข้าม Botpress มอบประสบการณ์สนับสนุนแบบลงมือช่วยเหลือที่ออกแบบมาสำหรับทีมพัฒนาทุกระดับ
- มี Live Chat Support สำหรับแผน Plus ขึ้นไป
- Max, AI Support Bot ให้คำตอบและคำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ทันที
- ทีม Customer Success รวมอยู่ในแผน Team และ Enterprise
- เซิร์ฟเวอร์ Discord ที่มีสมาชิกกว่า 30,000 คน ให้การสนับสนุนจากเพื่อนร่วมชุมชน พูดคุย และ AMA สดกับผู้เชี่ยวชาญ Botpress ทุกวัน
แม้ Dialogflow ES จะมีแหล่งเรียนรู้ที่เป็นระบบและสนับสนุนโดย Google แต่ Botpress ผสมผสานการเรียนรู้ด้วยตนเองกับการสนับสนุนแบบเรียลไทม์
แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับธุรกิจของฉันมากกว่า?
1. การสนับสนุนหลายภาษาตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับบริษัทท่องเที่ยวระดับโลก
ปัญหาหลัก: ให้บริการลูกค้าหลายภาษาตลอด 24 ชั่วโมงทุกช่องทางสำหรับฐานลูกค้าทั่วโลก
สรุปสั้น ๆ: Dialogflow ES รองรับหลายภาษาและเชื่อมต่อกับแอปแชทได้ แต่ Botpress มี NLP หลายภาษาที่แข็งแกร่งกว่าและยืดหยุ่นเรื่องช่องทางมากกว่า
Amir เป็นหัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้าที่แพลตฟอร์มจองท่องเที่ยวระดับโลก ทีมของเขาต้องรับมือกับคำถามเร่งด่วน เช่น การเปลี่ยนเที่ยวบิน การยกเลิก และประกาศเกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งมักจะต้องตอบหลายภาษาและหลายช่องทาง เช่น WhatsApp แอปมือถือ และเว็บไซต์บริษัท Amir ต้องการ:
- แชทบอทที่เข้าใจและตอบกลับได้หลายภาษา
- ประสบการณ์ที่สอดคล้องกันในทุกแพลตฟอร์ม
- ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลการจองแบบเรียลไทม์และดำเนินการ เช่น การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทาง
Dialogflow ES รองรับมากกว่า 30 ภาษาและสามารถตรวจจับภาษาผู้ใช้เพื่อแสดงคำตอบที่แปลได้ Amir สามารถนำบอทไปใช้บน WhatsApp, Telegram และเว็บผ่านการเชื่อมต่อในตัว และเชื่อมต่อกับระบบหลังบ้านผ่าน webhook อย่างไรก็ตาม Dialogflow ใช้โครงสร้าง intent แบบแบน ทำให้การจัดการบทสนทนาหลายรอบหรือการใช้ตรรกะร่วมกันข้ามภาษาทำได้ยากขึ้น ไม่มีหน่วยความจำถาวร ดังนั้นการปรับแต่งบทสนทนาข้ามหลายเซสชันต้องพึ่งพาการจัดเก็บข้อมูลภายนอก
Botpress รองรับหลายภาษาอย่างแข็งแกร่ง (มากกว่า 100 ภาษา) พร้อมควบคุมเนื้อหาท้องถิ่นและประสิทธิภาพ NLU ได้ รองรับการเชื่อมต่อกับเว็บ WhatsApp และช่องทางแบบกำหนดเอง และให้ทีมของ Amir สร้าง flow ที่ปรับเปลี่ยนตามภาษา สถานที่ หรือสถานะการจองได้ ที่สำคัญ บอทของ Botpress สามารถเก็บค่าความชอบและประวัติผู้ใช้ข้ามเซสชัน ทำให้สามารถให้บริการช่วยเหลือด้านการเดินทางแบบเฉพาะบุคคลได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องให้ผู้ใช้พูดซ้ำ Botpress ยังมีแผนราคาที่คาดการณ์ได้และจ่ายตามการใช้งาน ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนเมื่อความต้องการสนับสนุนระหว่างประเทศของ Amir เพิ่มขึ้น
สุดท้าย หากทีมของ Amir ต้องการรองรับหลายภาษาอย่างยืดหยุ่น พร้อมระบบอัตโนมัติหลังบ้านและการปรับแต่งเฉพาะบุคคล Botpress จะตอบโจทย์ได้ดีกว่าและรองรับการขยายตัวสำหรับแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก
2. การขยายการสนับสนุนลูกค้า SaaS แบบสมัครสมาชิก
ปัญหาหลัก: บริษัท SaaS ที่เติบโตอย่างรวดเร็วต้องการลดภาระคำถามด้านเทคนิคและการเรียกเก็บเงินโดยไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่ม
สรุปสั้น ๆ: Dialogflow ES เหมาะกับการตั้งค่า bot สำหรับ FAQ ได้อย่างรวดเร็ว แต่ Botpress เชื่อมต่อและจดจำข้อมูลได้ดีกว่าสำหรับทีม SaaS ที่เติบโตเร็ว
Sam เป็นหัวหน้าฝ่ายสนับสนุนของบริษัท B2B SaaS ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทีมของเขาต้องรับมือกับตั๋วจำนวนมากเกี่ยวกับปัญหาการเข้าสู่ระบบ ความสับสนเรื่องการเรียกเก็บเงิน และคำถามเกี่ยวกับการเริ่มต้นใช้งาน เพื่อรับมือโดยไม่ต้องเพิ่มพนักงาน Sam ต้องการ:
- แชทบอทที่สามารถตอบคำถามทางเทคนิคและการเรียกเก็บเงินที่ซ้ำ ๆ ได้
- ติดตั้งง่ายใน workflow ของ Zendesk และ Intercom
- เชื่อมต่อหลังบ้านกับระบบ CRM และการเรียกเก็บเงิน เช่น Stripe หรือ HubSpot
Dialogflow ES ช่วยให้ Sam สร้างบอทที่ตรวจจับเจตนาผู้ใช้และตอบคำถามตามสคริปต์ผ่าน Slack, เว็บ หรือ Messenger ได้ ระบบ webhook ช่วยให้บอทดึงข้อมูลอย่างสถานะการสมัครหรือประวัติใบแจ้งหนี้ได้ หาก Sam สร้างและโฮสต์ตรรกะ fulfillment ภายนอก อย่างไรก็ตาม หากไม่มีหน่วยความจำถาวร บอทจะไม่สามารถจดจำผู้ใช้หรือบทสนทนาเก่า ๆ ได้ ซึ่งจำกัดการปรับแต่งเฉพาะบุคคล
ในทางกลับกัน Botpress รองรับหน่วยความจำถาวรและตรรกะ flow แบบภาพ Sam สามารถเชื่อมต่อบอทกับ Stripe API เพื่อให้ผู้ใช้ตรวจสอบสถานะการเรียกเก็บเงินหรืออัปเดตวิธีชำระเงินได้ ด้วย custom node ที่ใช้ JavaScript Botpress จึงเชื่อมต่อหลังบ้านและตรรกะเรียลไทม์ได้เต็มที่ พร้อมผสานเข้ากับ workflow ของ helpdesk ได้อย่างลงตัว สามารถติดแท็กบทสนทนาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หรือส่งการแจ้งเตือน onboarding อัตโนมัติได้ด้วย
สำหรับบริษัท SaaS ที่ต้องการระบบอัตโนมัติที่ยืดหยุ่นและขยายได้ Botpress เป็นทางเลือกที่ครบวงจรและผสานรวมได้ดีกว่า
3. การจัดการคำสั่งซื้ออัตโนมัติสำหรับแบรนด์อีคอมเมิร์ซ D2C
ปัญหาหลัก: ทำให้การสนับสนุนหลังการซื้อ เช่น การติดตามสินค้า การคืนสินค้า และการตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้าเป็นอัตโนมัติ
สรุปสั้น ๆ: Dialogflow ES เหมาะกับ FAQ หลังการซื้อแบบพื้นฐาน แต่ Botpress ช่วยให้ทำงานอัตโนมัติได้ลึกขึ้น เช่น การจัดการออเดอร์แบบเรียลไทม์และปรับแต่งสินค้าเฉพาะบุคคล
Priya เป็นหัวหน้าฝ่ายประสบการณ์ลูกค้าที่แบรนด์อีคอมเมิร์ซ D2C ที่เพิ่งขยายไปต่างประเทศ ทีมของเธอต้องรับมือกับคำถามนับพันเกี่ยวกับการติดตามคำสั่งซื้อ การคืนสินค้า และรายละเอียดสินค้าในแต่ละสัปดาห์ Priya ต้องการ:
- แชทบอทที่ช่วยลูกค้าดำเนินการคืนสินค้าและติดตามคำสั่งซื้อแบบเรียลไทม์
- เชื่อมต่อกับ Shopify และแชทบนเว็บได้อย่างไร้รอยต่อ
- รองรับการทำงานซ้ำ ๆ เช่น คำขอคืนเงินหรือ FAQ แบบอัตโนมัติ
Dialogflow ES ช่วยให้ Priya เริ่มต้นได้รวดเร็ว สามารถตั้งค่า intent สำหรับนโยบายคืนสินค้า เวลาจัดส่ง และรายละเอียดสินค้า และใช้ webhook เพื่อดึงข้อมูลติดตามพัสดุได้ อย่างไรก็ตาม Dialogflow ไม่มีหน่วยความจำในตัว ทำให้ผู้ใช้ที่กลับมาต้องกรอกข้อมูลใหม่ และไม่มีเครื่องมือสร้าง workflow ในตัว การจัดการขั้นตอนหลายขั้น เช่น ตรวจสอบการคืนสินค้าก่อนดำเนินการคืนเงิน ต้องใช้ตรรกะและโฮสต์ภายนอก
Botpress มอบความสามารถเพิ่มเติมให้กับ Priya และบอทของเธอ บอทสามารถค้นหาข้อมูลคำสั่งซื้อผ่าน API ของ Shopify, ยืนยันสถานะการจัดส่ง หรือแนะนำขั้นตอนการคืนสินค้าได้ ด้วยระบบจดจำในตัว บอทจะจดจำความชอบของผู้ใช้หรือหมวดหมู่สินค้าจากการสนทนาก่อนหน้าได้ นอกจากนี้ Botpress ยังรองรับการสร้างโฟลว์แบบกำหนดเองและการกรองด้วยภาษาธรรมชาติ เพื่อช่วยค้นหาสินค้าในแค็ตตาล็อกขนาดใหญ่ อีกทั้งยังคุ้มค่าสำหรับทีมของ Priya ด้วยราคาคงที่รายเดือนสำหรับการใช้งาน, การเชื่อมต่อ และรองรับหลายภาษา ช่วยควบคุมงบประมาณในช่วงฤดูกาลที่มีปริมาณงานสูง
สำหรับการดูแลหลังการซื้อที่ต้องการอัปเดตแบบเรียลไทม์และระบบอัตโนมัติ Botpress เป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นและคุ้มค่ากว่า
4. การรองรับอุตสาหกรรมที่ถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวด (เช่น เฮลธ์แคร์)
ปัญหาหลัก: ทำงานอัตโนมัติสำหรับคำถามต่าง ๆ พร้อมทั้งต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด
สรุปสั้น ๆ: Dialogflow ES ได้รับความปลอดภัยจาก Google Cloud ส่วน Botpress เพิ่มการควบคุมด้วยการติดตั้งในองค์กร, RBAC และบันทึกการตรวจสอบ
Marcus รับผิดชอบประสบการณ์ลูกค้าของผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ทีมของเขาต้องการทำให้การนัดหมาย, คำถามเกี่ยวกับนโยบาย และข้อมูลความคุ้มครองเป็นอัตโนมัติ โดยยังคงปฏิบัติตาม HIPAA และกฎหมายข้อมูลในแต่ละภูมิภาค Marcus ต้องการ:
- แชทบอทที่ปลอดภัยและปกป้องข้อมูลผู้ป่วย
- บันทึกการตรวจสอบและควบคุมการเข้าถึงแบบสมบูรณ์
- ตัวเลือกการติดตั้งในองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายความปลอดภัยภายใน
Dialogflow ES ทำงานบน Google Cloud และรองรับ HIPAA (พร้อม BAA) การเข้ารหัสข้อมูล และ IAM role บันทึกการตรวจสอบและควบคุมการเข้าถึงมีให้ผ่านโครงสร้างพื้นฐานของ Google Cloud แต่ไม่สามารถจัดการได้จากใน Dialogflow โดยตรง บอทต้องเชื่อมต่อภายนอกเพื่อจองนัดหรือดึงข้อมูลผู้ป่วย และหากต้องการหน่วยความจำถาวรต้องสร้างและดูแลโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเอง
ในทางตรงกันข้าม Botpress มีบันทึกการตรวจสอบ, RBAC และระบบจดจำข้อมูลในตัว ที่สำคัญที่สุด Botpress สามารถติดตั้งในองค์กรหรือคลาวด์ส่วนตัวได้ จึงควบคุมข้อมูลสำคัญได้อย่างเต็มที่ นักพัฒนาสามารถสร้างเวิร์กโฟลว์ เช่น ตรวจสอบสิทธิ์ประกันหรือจองห้องแล็บ พร้อมจัดเก็บข้อมูลสำคัญอย่างปลอดภัยด้วยระบบเข้ารหัส
สรุปแล้ว สำหรับกรณีที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุดและควบคุมการติดตั้งได้เอง Botpress เหมาะสมกับความต้องการด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดขององค์กรมากกว่า
สรุปเปรียบเทียบ: Botpress กับ Dialogflow ES
Dialogflow ES และ Botpress ต่างก็เป็นแพลตฟอร์มสร้าง AI chatbot ที่ทรงพลัง แต่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับกรณีใช้งานและความยืดหยุ่นที่ต่างกัน
Dialogflow ES เหมาะสำหรับทีมที่ต้องการสร้าง agent แบบ intent-based ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะถ้าใช้งาน Google Cloud อยู่แล้ว เหมาะกับการจัดการ flow FAQ ที่ตรงไปตรงมาหรือบอทธุรกรรมขนาดเล็กบนช่องทางแชทต่าง ๆ
Botpress เหมาะกับทีมที่ต้องการควบคุมพฤติกรรมและการเชื่อมต่อของแชทบอทอย่างเต็มที่ ด้วยระบบจดจำในตัว, ระบบอัตโนมัติเวิร์กโฟลว์ และราคาที่ยืดหยุ่น Botpress จึงเหมาะกับบริษัทที่ต้องการขยายการดูแลลูกค้าหรือสร้างบอทที่ทำได้มากกว่าคำถาม-คำตอบพื้นฐาน
คำถามที่พบบ่อย
1. แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับผู้ช่วยเสียงหรือระบบ IVR มากกว่ากัน?
Dialogflow ES เหมาะกับผู้ช่วยเสียงหรือระบบ IVR มากกว่า เพราะเชื่อมต่อกับ Google Assistant ได้โดยตรงและรองรับโทรศัพท์ผ่าน Dialogflow Phone Gateway, Twilio และบริการ SIP อื่น ๆ Botpress เน้นช่องทางข้อความเป็นหลัก แม้จะขยายไปสู่เสียงได้ด้วยการเชื่อมต่อแบบกำหนดเอง แต่ไม่มีฟีเจอร์สำหรับผู้ช่วยเสียงในตัว
2. ผู้ใช้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านเทคนิคจะต้องเรียนรู้มากน้อยแค่ไหนในแต่ละแพลตฟอร์ม?
Botpress แม้จะมีเครื่องมือสร้างแบบไม่ต้องเขียนโค้ด แต่ก็มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นจากฟีเจอร์อย่างการเขียนสคริปต์เอง การควบคุมหน่วยความจำ และการปรับแต่ง workflow จึงเหมาะกับผู้ใช้ที่มีความรู้เทคนิคหรือมีทีมพัฒนาช่วยเหลือมากกว่า Dialogflow ES มีเส้นโค้งการเรียนรู้ที่ง่ายกว่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เพราะมีอินเทอร์เฟซแบบ intent-based การตั้งค่าที่มีคำแนะนำ และการเชื่อมต่อกับ Google Cloud
3. แต่ละแพลตฟอร์มมีเทมเพลตเฉพาะอุตสาหกรรมหรือบอทสำเร็จรูปให้เลือกใช้หรือไม่?
Dialogflow ES มี agent สำเร็จรูปบางส่วนใน Google Cloud Console สำหรับกรณีใช้งานทั่วไป เช่น งานบริการลูกค้า ธนาคาร และจองนัดหมาย ส่วน Botpress ไม่มีเทมเพลตสำเร็จรูปอย่างเป็นทางการ แต่มีชุมชนนักพัฒนาและระบบนิเวศที่แข็งแกร่งซึ่งมีตัวอย่างบอท โมดูล และโปรเจกต์เฉพาะอุตสาหกรรมให้ปรับแต่งได้
4. แพลตฟอร์มไหนรองรับการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ระหว่างสมาชิกทีมได้ดีกว่า?
Botpress รองรับฟีเจอร์การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ เช่น การจัดการเวอร์ชัน พื้นที่ทำงานร่วมกัน และการควบคุมสิทธิ์ตามบทบาท โดยเฉพาะในแพลน Team และ Enterprise ส่วน Dialogflow ES ใช้การกำหนดสิทธิ์ผ่าน Google Cloud project แต่ไม่มีฟีเจอร์การทำงานร่วมกันโดยตรง เช่น การแก้ไขพร้อมกันหรือการแตกแขนงโปรเจกต์ภายในคอนโซล Dialogflow
5. ฉันสามารถปรับแต่งหน้าตาแชทบอทให้เป็นแบรนด์ของลูกค้าได้หรือไม่ในแต่ละแพลตฟอร์ม?
สามารถปรับแต่งอินเทอร์เฟซแชทบอทให้เป็นแบรนด์ของคุณเองได้ด้วย Botpress ซึ่งรองรับการปรับแต่ง UI ของเว็บแชทอย่างเต็มรูปแบบ และสามารถโฮสต์เองเพื่อควบคุมแบรนด์ได้ ส่วน Dialogflow ES ไม่รองรับการปรับแต่งแบรนด์โดยตรงสำหรับ Messenger UI และโดยทั่วไปต้องใช้เฟรมเวิร์กภายนอกหรือสร้างส่วนติดต่อผู้ใช้เองเพื่อให้ได้การปรับแต่งเต็มรูปแบบ
.webp)




.webp)
